ศึกฟุตบอลบุนเดสลีก้า เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหนูเออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ ตกลงปลงใจย้ายมาอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และการพบกับเอาก์สบวร์กเป็นเกมส์แรกหลังจากเบรคหน้าหนาวและฮาลันด์ มีชื่อเป็นตัวสำรองภายใต้การคุมทีมของลูเซียน ฟาฟร์ ซึ่งหลังจากจบครึ่งแรกทีมของเขาตกอยู่ในสถานการณ์ไม่สู้นักเนื่องจากโดนทีมเจ้าถิ่นนำ 2-0 ประตูจาก ฟลอเรียน นีเดอร์เลคเนอร์ นาทีที่34, มาร์โค ริชเตอร์ นาทีที่46 หลังจากนั้นยังไม่ได้มีการเปลี่ยนตัวใดๆ จนได้ประตูคืน 1 ลูกจากยูเลี่ยน บรันด์ท นาทีที่49 แต่ใน 5 นาทีถัดมาก็มาโดนเจ้าถิ่นออกนำไปอีกจนสกอร์เป็น 3-1 ประตู ทำให้ลูเซียน ฟาฟร์ ขยับโดยการถอด ลูคัสซ์ พิสซ์เช็ค ออกและเติมแนวรุกที่ถูกคาดหวังฟอร์มมากที่สุดอย่างฮาลันด์ ลงมา หลังจากลงมาได้ไม่ถึง 3 นาทีเจ้าตัวก็ทำประตูแรกในสีเสื้อของ ดอร์ทมุนด์ สำเร็จซึ่งได้รับเสียงปรบมือมากมายทั้งจากแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีม สกอร์ยังไม่จบแค่นั้น ซานโช่หลุดเดียวได้ไปใส่สกอร์ทำให้ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนฝั่งมาเป็นของทางโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์แล้ว ในนาทีที่ 61 หลังจากบดเอาก์สบวร์ก เจ้าถิ่นอยู่นาน อาซาร์ ที่หลุดมาตั้งแต่กลางสนาม พาบอลลากไปคนเดียวล็อคหลบ คูเบ็ค จนหน้ากรอบฝั่งซ้าย สุดท้ายจ่ายมาให้ ฮาลันด์ แบบโล่งๆ ซัดเข้าไปง่ายๆ ตอนแรกกรรมการยกให้เป็นล้ำหน้า แต่พอเซ็ค VAR แล้วให้เป็นประตู ขึ้นนำไปเป็น 3-4 และเจ้าตัวยังมาทำแฮตทริกของตนเองได้ในนาทีที่ 79 นับเป็นการเปิดตัวระดับตำนานของสโมสรในยุโรปเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเจ้าตัวประสบความสำเร็จอย่างมาก จนนักวิเคราะห์หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการที่ฮาลันด์ เลือกย้ายมาอยู่กับเสือเหลืองนั้น สามารถพัฒนาตัวเองได้ในระยะยาวเช่นเดียวกับ จอดอม ซานโช่ และอีกไม่เกิน 2 ปีเจ้าหนูคนนี้จะกลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวสูงมากๆ รวมถึงจะทำให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประสบความสำเร็จในเร็ววันนี้อีกด้วย ซึ่งคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ลงทุนไปอย่างแน่นอน